
อยากจะกระโดดถีบ ตีลังกาเกลียว 10 รอบ ลาวดอบ 3 ที ถีบหน้า ไอ้แก่ ส.ก.อ. ( หลีกเลี่ยงแบบเต็มๆๆ ) ที่ใช้เซลล์สองระดับ Dogtor คิดออกมา เรื่อง Law ( ลาว ) บ้าๆ ในขณะนี้

เราก็เป็นรุ่นพี่คนหนึ่งที่ผ่านการรับน้องมา และรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่น่าจดจำมากๆ ถึงแม้ในตอนแรก ( ขอย้อนอดีตหน่อย ) เราจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร เพราะเบื่อกับการมานั่งดูพี่ๆ ว้าก มานั่งปั้นหน้าดุ เล่นละครตอนบ่าย แต่ก็อดทนไปสัก 4-5 ครั้ง แล้วมันก็ผ่านไปโดยดี ไม่มีอะไร แค่เสียงแห้งไป 1 วันเอง แต่ว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่ว่า เราทิ้งเพื่อนไม่ได้นะ เพื่อนเรากับเราต้องไปด้วยกันนะ เราจะไม่ทิ้งกันนะ อะไรประมาณนี้

หลังจากที่ได้รุ่นแล้วก็จะมีงานเลี้ยงฉลองรุ่นที่ทางพี่ๆและคณะจัดขึ้นให้แก่เด็กปี1 ที่เพิ่งผ่านการยอมรับจากพี่ๆ และอาจารย์ เป็นงานที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจ ไม่หรูหราแต่ลึกซึ้ง และเป็นงานที่เราได้รับการทำพิธีบายศรีจากพี่ๆ ในคณะทุกคน เป้นอะไรที่ไม่อยากลืม

เราขอ แสดงความเห็นส่วนตัวหน่อยนะ เรื่องท่าเต้นของเพลงสันทนาการต่างๆ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมาคิดมากกัน เพราะ
1. ท่ากล้วยปั่นในหนังสือพิมพ์ ขอถามหน่อย วัยรุ่นสมัยนี้บอกได้เลยว่า เกิน 50% เคยมีอะไรกับแฟนแล้ว และต้องเคยกับการทำเช่นนั้นมาบ้างบางคน ดังนั้นเราคิดว่า มันก็ไม่น่าเกลียดอะไรมาก ถ้าเราคิดในทางสร้างสรรค์
2. ให้รุ่นน้องดื่มเหล้า ดั่งที่เราเห็นรูป ถ้าคิดในแง่ดี-ในนั้นไม่ใช่เหล้า แต่อาจจะเป็น น้ำชา หรือ น้ำอัดลม ก็ได้ใครจะไปรู้ พี่เค้าคงไม่ให้ดื่มกันกลางวันแสกหรอก ถ้าคิดในแง่ร้าย-ถ้าเป็นเหล้าก็ถือว่าเป็นการฝึกเข้าสังคม เพราะว่า100ทั้ง100 ยังไงก็ต้องหัดดื่มไว้บ้าง พวก เหล้าเบียรื ไวน์ ไอ้พวกคนแก่ก็ปากดี พวกมันดื่มเป็นตัวอย่างให้เด็กแหละ รู้ไว้สะด้วย เอาง่ายๆของ จฬ. เคยมีการกรอกสปีริต คณะชื่อดัง ไปถามได้เลย พวกรุ่นแก่ๆเก่าๆ ดังนั้นพวกปากดี พวกที่ไม่เคยผ่าน อย่ามาพูดมาก มันจะทำให้ตัวเองต่ำลง
3. งดการรับน้อง เป็นเรื่องที่งี่เง่ามากลองคิดดู ถ้า จฬ.ไม่มีพระเกี้ยว จะเรียกว่า จฬ. ได้ไหม ถ้า มธ. ไม่มีอิสระภาพทุกตารางนิ้ว จะเรียก มธ. ได้ไหม ถ้า มก. ไม่มี โซตัส จะเรียก มก. ได้ไหม ดังนั้นทุกที่มีประเพณีของตน ก็ไม่น่าจะไปล้มล้างประเพณีของเค้า
ถึงแม้ว่าเราจะอยากให้มีการรับน้อง แต่เราก็ไม่ได้รักการรับน้องมากขึ้นสมอง แต่เรารักการรับน้องในระดับหนึ่ง เพราะว่ามันทำให้เรานึกถึงผู้อื่นด้วย ผู้ที่ร่วมเรียนกับเรา ผู้ที่ช่วยเหลือเรา ผู้ที่เป็นเพื่อนเรา ในรั้วมหาลัย ถึงแม้มันจะหนักไปบ้าง โหดไปบ้าง เลวร้ายไปบ้าง แต่ถ้าเราเอามาเทียบกับสังคมในปัจจุบันนี้ มันอาจจะช่วยเรามีความอดทนมากขึ้น สังคมจริงไม่มีการล้อเล่น ไม่มีการปลอบโยน ไม่มีความจริงใจ มีแต่การทำอย่างเพื่อไปให้ถึงจุดหมายของตน แต่การรับน้องมหาลัยจะมีในสิ่งที่ตรงข้ามกับชีวิตจริงเพราะว่ามันเป็นเหมือนการฝึกให้เรารู้จักกับความว่า ชีวิตจริงมากขึ้น
การรับน้องของเกษตร ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด การรับน้องที่นี้อาจจะดูเข้มไปบ้างแต่ทุกๆปี มีความเข้มข้นน้อยลง ความโหดร้ายแทบจะไม่มีเหลือ มีเหลือเพียงแต่ การที่รุ่นพี่ พยายามหาวิถีทางกระตุ้นในน้องๆ รักกัน สามัคคีกัน เพราะว่าทุกๆๆกิจกรรมจะมีอาจารย์คอยคุ้มอยู่เสมอ ดังนั้นหากมันจะโหดร้าย มันก็คงมาจากภายในใจ ของคนที่ไม่เคยเห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา ตั้งหน้าตั้งตาเรียนเอา เกลียดนิยม เรียนเสร็จกลับบ้านอ่านหนังสือ เพื่อนกูไม่สน สนทำไม มันถ่วงกู ไอ้พวกคนประเภทนี้ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองพอใครหมดประโยชนื มันก็ถีบหัวส่ง ลองเอาไปคิดดูนะ สำหรับคนที่ไม่ชอบการ ว้าก เนื่องจากการได้ยินได้ฟังมา
แค่นี้แหละ ก่อนที่เราจาโดน แบน



เราว่ามันอาจจะเป็นของเกษตรก็ได้นะ เพราะว่าดูแล้วคุ้นๆตายังไงไม่รู้สถานที่อะ
หลังจากที่เราไม่ได้เล่นเวปสักเท่าไหร่ เพราะว่าไปเล่นเกมส์ วันนี้เลยมีเวลามานั่งเขียนสมุดบันทึกประจำใจสักที
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ค่อนข้างจะนานสักหน่อย ได้ทำกิจกรรมก็น้อยเหลือเกิน จนแถบจะบอกได้ว่า อยู่บ้านเป็นสัตว์ในวรรณคดีได้เลย เพราะว่าเป็น กิน+นอน = กินนอน
ก็มีเมื่อวันที่ 19 พ.ค นี้แหละ ค่อยทำให้โลกอันอับเฉาของเรานี้มีสีสันขึ้นมาหน่อย เพราะว่าได้ไปช่วยงานของคณะ เนื่องในการจัดกิจกรรม บัณฑิตยุคใหม่ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งก็มีทั้งหมด 2 คณะ 2 วิทยาลัย นั้นก็คือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ กับ คณะวิศวะกรรมศาสตร์/ วิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์ กับ วิทยาลัยการชลประทาน มั้ง จำชื่อไม่ได้ เด็กๆก็หน้าตาน่ารักดี ( 2 ใน 6 ของเด็กที่เห็นเกือบทั้งหมด ) งานก็ โอเค ค่อนข้างจะน่าสนใจมีกิจกรรมให้ทำค่นข้างจะเยอะสะด้วย นั้นแหละกิจกรรมที่ได้ทำ
วันนี้ก็เอาใบลงทะเบียนไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นให้ วันนี้เลยได้เจอกับเพื่อนๆ ที่หายสาบสูญไปหลายคน ได้เจอกับเพื่อนที่โกอินเตอร์ด้วย วันนี้ก็สนุกเฮฮาทั้งวัน เพราะว่านั่งรากงงอกอยู่ที่ห้องคอมทั้งวันเลย กว่าจะกลับก็เย็นนั้นแหละตามเวลาอันสมควร
วันนี้ตอนที่เดินอยู่ที่โรงอาหารกลางของเกษตร--บาร์ใหม่--ได้เจอกับจักรยานที่รักด้วย ดูเหมือนว่าเพิ่งจะซื้อกับข้าวเสร็จแหละ เจอกี่ที่ก็น่ารักทุกทีเลย โอ้ยคนอารายไม่รู้น่ารักไม่เปลี่ยนแปลง
วันพรุ่งนี้เราก็ต้องไปเป็นพี่เลี้ยงในงานบันฑิตยุคใหม่แหละ อยากเป็นตายเลย เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ แถมยังอดไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆอีก ทำไมชีวิตเราถึงเหมือนกับละครน้ำเน่าอย่างนี้แถมยังต้องทำตั้ง 2 วัน ตั้งแต่ 6.30 - 17.00 โดยประมาณ เซ็งเลย แต่ก้ยังดีนะที่เรายังได้มีโอกาสเจอน้องๆๆที่น่ารักของสาขาที่เราเรียน เพราะว่าพรุ่งนี้เป็นของคณะเรา 